ราคาล้างแอร์บ้าน


- บริการล้างแอร์บ้าน แบบติดผนัง
    - บริการล้างแอร์บ้าน แบบแขวนใต้ฝ้าเพดาน
    - บริการล้างแอร์บ้าน แบบติดหน้าต่าง Airwindowtype
    - บริการล้างแอร์บ้าน แบบตู้ตั้งพื้น ทรงสูง สี่ทิศทาง
   

ราคาล้างแอร์แบบติดผนัง
รายการ 
ล้างใหญ่
ล้างใหญ่ฆ่าเชื้อ
ตัดลงมาล้าง
รับประกัน
ระยะเวลา
ขนาด 9,000 - 18,000 บีทียู
400
800
1600
30 วัน
-
ขนาด  20,000 – 32,000 บีทียู
500
1000
1700
30 วัน
-
  ขนาด 32,000 - 38,000 บีทียู
700
1200
1800
30 วัน 
-
ขนาด  38,000 บีทียู ขึ้นไป
900
1500
2500
30 วัน
-


ราคาล้างแอร์แขวนใต้ฝ้าเพดาน
รายการ 
ล้างใหญ่
ล้างใหญ่ฆ่าเชื้อ
ตัดลงมาล้าง
รับประกัน
ระยะเวลา
ขนาด 12,000-25,000 บีทียู
500
1000
1800
30 วัน
-
ขนาด 26,000-44,000 บีทียู
700
1200
1900
30 วัน
-
ขนาด 45,000-60,000 บีทียู  
700
1500
2000
30 วัน 
-
ขนาด  60,000 บีทียู ขึ้นไป
900
2000
3000
30 วัน
-

ราคาล้างแอร์สี่ทิศทาง
รายการ 
ล้างใหญ่
ล้างใหญ่ฆ่าเชื้อ
ตัดลงมาล้าง
รับประกัน
ระยะเวลา
ขนาด 12,000-25,000 บีทียู
600
1000
-
30 วัน
-
ขนาด 26,000-44,000 บีทียู
800
1200
-
30 วัน
-
ขนาด 45,000-60,000 บีทียู  
1200
1500
-
30 วัน 
-
ขนาด  60,000 บีทียู ขึ้นไป
1500
2000
-
30 วัน
-








ตรวจเช็คเครื่องปรับอากาศทำไมต้องล้างแอร์
ปัจจุบัน มลภาวะทางอากาศเช่น ฝุ่นละออง ควันพิษ เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ เช่น เมืองหลวงของเราเป็นต้น แน่นอนมลภาวะ เหล่านี้ ไม่เป็นผลดีทั้งต่อมนุษย์ และเครื่องใช้ โดยเฉพาะ เครื่องปรับอากาศ ที่ทุกบ้านใช้กันอยู่ หลายๆ สาเหตุของแอร์ เกิดจาก เพียงแค่แอร์สกปรกหรือแอร์ตัน จากการสะสมของฝุ่น ละออง เท่านั้น ซึ่งเป็นเพียงแค่ปัญหาเล็กๆ  แต่ถ้าปล่อยไว้นาน ปัญหาเล็กๆ ก็จะกลายเป็น ปัญหาใหญ่ หรือเป็น จุดเริ่มต้นของแอร์เสีย นี่ก็คือเหตุผลว่าทำไม เราถึงต้องล้างแอร์ นั่นก็คือเรา จะเสียเงิน ค่าบำรุงรักษาแอร์ น้อยกว่าการเสียเงินเพื่อซ่อมแซม แอร์บ้าน นั่นเองบ้านเรือน ทั่วไปที่มี เครื่องปรับอากาศ ควรจะบำรุงรักษาโดยการล้างแอร์เต็มระบบเป็นประจำอย่างน้อย ปีละ 1-2 ครั้ง หรือ ปีละ 3-4 ครั้ง สำหรับบ้านเรือนที่อยู่ติดถนนหรืออาคาร สำนักงานที่มีการใช้ เครื่องปรับอากาศ เต็มที่เป็นเวลานานๆ สรุป ผลจากการดูแล เครื่องปรับอากาศ สม่ำเสมอ

  • ประหยัดค่าไฟฟ้า
  • ยืดอายุการใช้งานของ เครื่องปรับอากาศ
  • ลดปริมาณเชื้อโรคในอากาศและการสะสมในฝุ่นละออง
  • เครื่ืองปรับอากาศทำความเย็นได้เร็วขึ้น
  • ลดปริมาณกลิ่นอับชื้นใน เครื่องปรับอากาศ
  • ประหยัดรายจ่ายในเรื่องค่า ซ่อมเครื่องปรับอากาศ
  • คุ้มค่าเงิน
  • ช่วยลดภาวะโลกร้อนอันเนื่องจาก ลดการใช้พลังงาน

  • การบำรุงรักษาที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ ทำให้เครื่องปรับอากศมีอายุใช้งานได้ยาว นาน มีประสิทธิภาพสูง และประหยัดพลังงานไฟฟ้าตลอดเวลา ซึ่งควรปฏิบัติดังนี้
    ล้างแอร์       1. หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศทุก ๆ 2 สัปดาห์ เพื่อให้เครื่องสามารถ จ่ายความเย็นได้เต็มที่ตลอดเวลา
           2. หมั่นทำความสะอาดแผงท่อทำความเย็น ด้วยแปรงนิ่ม ๆ และน้ำผสมสบู่เหลว อย่างอ่อนทุก 6 เดือน                เพื่อให้เครื่องทำความเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ
           3. ทำความสะอาดพัดลมส่งลมเย็น ด้วยแปรงขนาดเล็ก เพื่อขจัดฝุ่นละอองที่จับ กันเป็นแผ่นแข็งและติดกันอยู่ตามซี่ใบพัดทุก 6 เดือนจะทำให้พัดลมส่งลมได้เต็มสมรรถนะ ตลอดเวลา
           4. ทำความสะอาดแผงท่อระบายความร้อน โดยการใช้เแปรงนิ่ม ๆ และน้ำฉีด ล้างทุก ๆ 6 เดือนเพื่อให้เครื่องสามารถนำความร้อนภายในห้องออกไปทิ้งให้แก่อากาศภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

         5. หากปรากฏว่าเครื่องไม่เย็นเพราะสารทำความเย็นรั่วต้องรีบตรวจหารอยรั่วแล้ว ทำการแก้ไขพร้อมเติมให้เต็มโดยเร็ว มิฉะนั้นเครื่องจะใช้พลังงานไฟฟ้าโดยไม่ทำให้เกิดความ เย็นแต่อย่างไร
         6. ตรวจสอบฉนวนหุ้มท่อสารทำความเย็นอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้เกิดฉีกขาด  
                                                                                                                                                                                                                                                                                                                     ที่มา : สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน

    การล้างแอร์ควรล้างกี่เดือนครั้ง

    หลายท่านอาจจะเกิดคำถามว่าในการล้างแอร์บ้านควรจะล้างกี่เดือนครั้งดี เพราะเห็นช่างส่วนใหญ่ก็บอกให้ล้างทุกๆ 6 เดือน แต่บางทีพึ่งล้างไม่กี่เดือนก็เริ่มไม่ค่อยเย็นแล้ว ซื่งปัจจัยในการล้างแอร์บ่อยครั้งแค่ไหนนั้น มีดังนี้

        * ปัจจัยหนึ่งก็คือเราเปิดใช้งานแอร์ตัวนั้นบ่อยครั้งและนานแค่ไหนยิ่ง เปิดบ่อยๆหรือเปิดนานๆ ก็ยิ่งต้องล้างแอร์บ่อยครั้งขึ้นเท่านั้น เพราะขณะทีแอร์กำลังทำงาน จะมีการดูดอากาศเข้าไปภายในตัวเครื่องเพื่อหมุนเวียนแล้วพ่นลมเย็นออกมา ทำให้มีฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเข้าไป แล้วไปหมักหมมอยู่ภายในตัวเครื่อง และจะทำให้ระบายความเย็นได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้เเอร์ทำงานหนักและกินไฟเพิ่มขึ้น
        * อีกปัจจัยหนึ่งก็คือตำแหน่งที่อยู่อาศัยของท่าน ถ้าหากอยู่ติดถนน หรืออยู่ในบริเวณที่มีฝุ่นละอองมาก เช่น บริเวณที่กำลังมีการก่อสร้าง เป็นต้น ก็จำเป็นจะต้องล้างแอร์บ่อยครั้งขึ้นตามปริมาณฝุ่นละออง (สังเกตง่ายถ้าด้านหลังของคอยล์ร้อนเริ่มมีฝุ่นจับมากก็ควรล้างทันที อยู่ปล่อยให้อุดตันจนอากาศไหลเวียนได้ไม่สะดวก)


    ข้อแนะนำ : ควรล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศของแอร์ด้วยน้ำเปล่าทุกๆอาทิตย์ เพื่อลดการอุดตันของแผ่นกรอง(ช่วยประหยัดไฟได้อีกนิด)
    ข้อสังเกต : แอร์จะทำความเย็นได้ดีขึ้น 10-15 เปอร์เซนต์ และประหยัดไฟขึ้นอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ หลังจากการล้างแอร์ อีกทั้งยังช่วยลดสิ่งสกปรก เชื่อโรคที่สะสม อยู่ภายในเครื่องปรับอากาศทำให้เป็นผลดีกับสุขภาพของท่านด้วย

    ว่าด้วยคำถามต้องเติมน้ำยาแอร์บ้านบ่อยไหม



    ลูกค้าหลายท่านชอบถามเวลาจะล้างแอร์ว่า ต้องเติมน้ำยาประมาณเท่าไหร่ จะต้องเสียกี่บาท ซื่งตรงนี้มันระบุแน่ชัดไม่แน่ชัดหรอกครับว่าต้องเติมน้ำยาแอร์เท่าไหร่ เพราะแอร์แต่ละเครื่องมันจะมีอัตราการรั่วซึมของน้ำยาแอร์ไม่เท่ากัน ซื่งส่วนใหญ่แอร์ที่พึ่งติดตั้งไปไม่เกิน 1 ปี ไม่จำเป็นต้องเติมน้ำยาแอร์(ถ้าเติมก็ไม่เกิน10ปอนด์/ต่อตารางนิ้ว)แต่ถ้า เช็คแล้วน้ำยาขาดไปค่อนข้างเยอะ แสดงว่ามีปัญหาจากการติดตั้งแล้วครับ

    ส่วนแอร์เก่าหลังจาก 1 ปีเป็นต้นไปนั้นจะเติมน้ำยาแอร์บ่อยแค่ไหนก็ต้องดูว่ามีจุดรั่วซึมของน้ำยา มากแค่ไหน(ซื่งดูด้วยตาเปล่ายากมาก ถ้าไม่รั่วออกมามากจริงๆ) ซื่งบริเวณที่มักจะมีน้ำยารั่วซึมคือจุดเชื่อมต่อต่างๆ หรือท่อทองแดงอาจเสียดสีกันจนน้ำยาแอร์สามารถรั่วซึมออกมาก็เป็นได้ ซื่งถ้าแอร์ของท่านมีจุดรั่วมากก็ย่อมต้องเติมมากและต้องเติมบ่อยขึ้นครับ(อาการน้ำยาพร่องแต่ไม่ถึงกับรั่วนี่จะหาจุดที่รั่วซึมยากมากเลยครับ)

    โดยอัตราน้ำยาในระดับปกติของแอร์บ้านทั่วไป จะต้องอยู่ที่ 70-80 ปอนด์/ตารางนิ้ว หรือแล้วแต่ทางผู้ผลิตจะกำหนดมาในแต่ละรุ่นครับ

    เราควรล้างแอร์บ้านบ่อยครั้งแค่ไหน



    มีลูกค้าหลายท่านถามผมว่าควรล้างแอร์บ้านบ่อยครั้งแค่ไหน จึงขอเขียนตอบลงในบทความนี้เลยละกันนะครับ โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีคนบอกว่าต้องล้างแอร์6 เดือน/ครั้ง ซื่งตรงนี้คือการประมาณเท่านั้นครับ การที่เราต้องล้างแอร์บ่อยครั้งแค่ไหนมันไม่ตายตัวหรอกครับมันแล้วแต่ปัจจัย หลายๆอย่างๆด้วย เช่น

        * บริเวณที่เราอาศัยอยู่นั้นอยู่บริเวณไหน ถ้าอยู่ติดถนนก็จำเป็นต้องล้างบ่อยขึ้นโดยสังเกตได้จากแผงคอยล์ร้อนว่าเริ่ม มีการอุดตันของสิ่งสกปรกรึยัง
        * และถ้าหากไม่อยู่ติดถนนแต่ใกล้เคียงกับบ้านเรามีการก่อสร้างก็จะทำให้มีสิ่งสกปรกอุดตันเร็วเช่นกัน
        * ภายในห้องมีการใช้แป้งเยอะหรือไม่ หรือที่นอนเป็นฝุ่นเยอะหรือไม่ ตรงนี้ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ต้องล้างแอร์เร็วขึ้นนะครับ
        * อีกปัจจัยก็คือเราใช้แอร์ตัวนี้บ่อยครั้งแค่ไหน ถ้าเกิดเปิดใช้ทุกวันก็จะทำให้สิ่งสกปรกอุดตันได้เร็วขึ้น เพราะแอร์มีการดูดอากาศที่มีฝุ่นละอองเข้าไปในตัวแอร์อยู่ตลอดเวลา

    ซื่งจากสาเหตุข้างต้นแอร์บางเครื่องจึงควรล้างอย่างน้อย 3 เดือน/ครั้ง เพื่อยืดอายุการใช้งาน ประหยัดไฟ และเพื่อสุขภาพของเราครับ และอีกวิธีนึงที่สามารถช่วยได้เยอะเลยก็คือหมั่นล้างทำความสะอาดแผ่นกรองทุก อาทิตย์ด้วยตนเองครับ

    วิธีล้างแอร์บ้านแบบติดผนัง(ล้างใหญ่)

    เมื่อแอร์เริ่มใช้งานไปได้ประมาณ 6 เดือนแล้วเราควรทำการฉีดล้างตัวแอร์บ้างนะครับ เพื่อความสะอาดและเพื่อความประหยัดไฟ (อาจจะเร็วกว่า 6 เดือน ในกรณีที่บ้านอยู่ติดถนนหรือที่ที่มีฝุ่นละอองเยอะ)

    ส่วนวิธีการล้างแอร์ติดผนังมีดังนี้ครับ


    1. ให้ทำการเปิดหน้า*ออกมาโดยใช้มือทั้งสองข้าง (ที่ดึงจะอยู่ริมซ้ายและขวา) เพื่อดึงแผ่นกรองอากาศออกมาก่อน

    2. ขันสกรูที่ยึดตัวหน้า*แอร์ไว้ (แต่ละยี่ห้อจะมีจุดยึดไม่เหมือนกัน ให้สังเกตดีๆ)

    3. ค่อยๆดึงหน้า*แอร์แอร์ออกมา บางยี่ห้อสามารถดึงโดยจับด้านบนหน้า*แอร์ บางยี่ห้อสามารถใช้มือสองข้างจับริมหน้า*แอร์แล้วดึงออกได้เลย (ให้สังเกตจุดล็อกเอา)

    4. ขันสกรูที่ล็อคถาดน้ำทิ้งออก แล้วค่อยขยับปล็ดล็อคถาดน้ำทิ้ง จากนั้นก็ดึงท่อทิ้งที่อยู่กับถาดน้ำทิ้งออก


    5. ใช้ผ้าใบพลาสติกคลุมแอร์ไว้ (คลุมแบบไหนก็ได้ไม่ให้น้ำหยด) แล้วทำการฉีดล้างด้วยปั๊มน้ำแรงดันสูง(ก่อนฉีดล้างควรสับเบรกเกอรร์ลง และใช้ผ้าคลุมแผงควบคุมด้านขวามือไว้)


    6. ใช้โบวเวอร์เป่าแผงคอยล์และแผงไฟให้แห้ง แล้วใช้ผ้าเช็ดให้สะอาด

    7. ประกอบแอร์กลับเข้าที่ให้เรียบร้อยโดยเริ่มจากใส่ถาดน้ำทิ้งก่อน


    8. ทำการฉีดล้างคอยล์ร้อน(คอนเดนซิ่งยูนิต) ให้สะอาดด้วยปั๊มน้ำแรงดันสูง โดยไม่ต้องถอดชิ้นส่วน

    9. จากนั้นก็สับเบรกเกอร์ขึ้น แล้วเปิดแอร์เพื่อทดสอบการทำงาน 
    ที่มา....airthai


    ไม่มีความคิดเห็น:

    แสดงความคิดเห็น